Vladimir Illyich Lenin (1917)
รัฐและการปฏิวัติ
บทที่ 1 (ย่อ) ตอนที่3
3. รัฐเป็นเครื่องมือสำหรับขูดรีดชนชั้นผู้ถูกกดขี่
เพื่อให้อำนาจสาธารณะธำรงอยู่เหนือสังคมได้จำเป็นต้องเก็บภาษีและกู้เงินโดยรัฐ
"เมื่อได้ครอบครองอำนาจสาธารณะและสิทธิที่จะเก็บภาษีแล้ว” เองเกิลส์ เขียนต่อไปว่า "พวกข้าราชการในฐานะองค์กรของสังคมจึงสถิตเสถียรอยู่เหนือสังคม ความเคารพโดยเสรีสมัครใจที่เคยถูกมอบให้กับองค์กรของชาติกุล(เผ่า) มิอาจทำให้พวกเขาพอใจ แม้พวกเขาจะสามารถได้มาซึ่งความเคารพนั้น...” กลับมีการออกกฎหมายประกาศความศักดิ์สิทธิ์ และสิทธิคุ้มครองของบรรดาข้าราชการ "ตำรวจที่เลวทรามที่สุด” มี "อำนาจ” มากกว่าผู้แทนของเผ่าเสียอีก ทว่าแม้เหล่าทัพในรัฐอารยะก็จะต้องอิจฉาผู้อาวุโสของเผ่าซึ่งได้รับ "ความเคารพโดยปราศจากการบังคับ” จากสังคม
ตรงนี้เอง ปัญหาเกี่ยวกับฐานะอภิสิทธิ์ของข้าราชการในฐานะที่เป็นองค์กรแห่งอำนาจรัฐได้ถูกตั้งขึ้น ปัญหาใหญ่ที่ต้องถามก็คือ: อะไรเล่าที่เกื้อหนุนพวกเขาให้อยู่เหนือสังคม? เราจะได้เห็นกันว่าปัญหาทางทฏษฏีนี้ ได้รับคำตอบในทางปฏิบัติอย่างไรจากคอมมูนแห่งปารีสปี 1871 และถูกบิดเบือนในลักษณะปฏิกิริยาอย่างไร จากเคาท์สกี้ในปี 1912
"เนื่องจากรัฐอุบัติขึ้นจากความจำเป็นที่จะสะกัดกั้นความเป็นปฏิปักษ์ทางชนชั้น แต่ขณะเดียวกันเนื่องจากรัฐอุบัติขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งของชนชั้นเหล่านี้ ฉนั้นโดยทั่วไปย่อมเป็นรัฐของชนชั้นที่ทรงอำนาจทางเศรษฐกิจ ซึ่งโดยอาศัยรัฐเป็นเครื่องมือและย่อมจะเป็นชนชั้นที่ทรงอำนาจทางการเมืองไว้ด้วย ทำให้ชนชั้นนี้ได้รับเครื่องมือใหม่ๆ ในการปราบราม และขูดรีดชนชั้นผู้ถูกกดขี่ยิ่งขึ้น” มิเพียงแต่รัฐโบราณและรัฐขุนนางจะเป็นองค์กรสำหรับขูดรีดพวกทาสและพวกเกษตรกรติดที่ดินเท่านั้น “รัฐผู้แทนปัจจุบันก็เป็นเครื่องมือสำหรับขูดรีดแรงงานกรรมกรโดยทุนอย่างไรก็ตาม มีกรณียกเว้นในทางช่วงที่ชนชั้นซึ่งต่อสู้กันมีอำนาจถ่วงดุลย์กันและกัน กระทั่งอำนาจรัฐในฐานะผู้ปรองดองแต่เปลือกนอกมีความเป็นอิสระจากชนชั้นทั้งสอง” กรณีเช่นว่าได้แก่รัฐสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ในศตวรรษที่ 17 และศตวรรษที่ 18 รัฐบาลโบนาปาร์ตแห่งจักรวรรดิ์ที่ 2 ในฝรั่งเศส และรัฐบาลบิสมาร์กในเยอรมัน
เราอาจเสริมได้ว่ากรณีเช่นว่ารวมทั้งรัฐบาลเกอเรนสกี้สมัยสาธารณรัฐรัสเซีย 1917 เพราะเป็นรัฐบาลที่พยายามเข่นฆ่าชนชั้นกรรมาชีพที่คิดปฏิวัติในช่วงที่โซเวียตไร้กำลังแล้ว เนื่องจากอยู่ใต้การนำของพวกประชาธิปัตย์นาย ทุนน้อย ขณะเดียวกันชนชั้นนายทุนก็ยังไม่แข็งแกร่งพอที่จะจัดการขับรัฐบาล
ในสาธาณรัฐประชาธิปไตยนั้น, เองเกิลส์กล่าวต่อไป “ทรัพย์สำแดงอำนาจโดยทางอ้อม แต่แน่นเหนียวมั่นคง” 1. ใช้วิธี“ติดสินบนข้าราชการ โดยตรง” (อเมริกา) 2. ใช้วิธี “รวมหัวรัฐบาลกับตลาดหุ้น” (ฝรั่งเศส, อเมริกา)
ในปัจจุบันลัทธิจักรพรรดินิยมและการครองอำนาจของธนาคารได้ “พัฒนา” กลวิธีค้ำชูตัวเองทั้งสองนี้ ส่งผลให้มหิทธานุภาพของทรัพย์แผ่ซ่าน ครอบคลุมสาธารณรัฐประชาธิปไตยไม่ว่าจะอยู่ในรูปใด ยกตัวอย่างในระยะเดือนแรกๆ ของสาธารณรัฐประชาธิปไตยรัสเซีย (หรืออาจกล่าวได้ว่าเป็นยุคเฟื่องของพวกสมาชิกพรรคปฏิวัติสังคม) ซึ่งพวกเมนเชวิคยอมร่วมหัวจมท้ายกับชนชั้นนายทุน นายปาลชินสกี้ ในคณะรัฐบาลผสมได้ขัดขวางมาตรการทุกอย่างที่มุ่งสะกัดกั้นพวกนายทุน และพฤติการณ์ทำนองปล้นสดมภ์ของพวกเขา ต่อมานายปาลชินสกี้ลาออกพวกนายทุนได้ “ตกรางวัล” ให้กับเขาด้วยงาน “เบาๆ” ในอัตราเงินเดือน 120,000 รูเบิ้ลต่อปี อย่างนี้ท่านจะเรียกมันว่ากระไร - ติดสินบนโดยทางตรงหรือโดยทางอ้อม?
เหตุผลว่าทำไมมหิทธานุภาพของทรัพย์จึงมีความมั่นคงในสาธารณรัฐประชาธิปไตย ก็คือว่ามหิทธานุภาพดังกล่าว หาได้พึ่งพิงอยู่กับปราการการเมืองของระบอบนายทุนไม่ สาธารณรัฐประชาธิปไตยต่างหากที่เป็นปราการการเมืองที่ดีที่สุดเท่าที่จะดีได้ของระบอบทุนนิยม ฉนั้นทันทีที่ทุนมีอำนาจควบคุมปราการที่ดีที่สุดนี้แล้ว (ผ่านบุคคลเช่นนาย ปาลชินสกี้ เชอร์นอฟ และคนอื่นๆ) มันก็จะสถาปนาอำนาจของมันลงอย่างมั่นคงและอย่างปลอดภัย กระทั่งว่าไม่มีการเปลี่ยนแปลงอันใด ไม่ว่าจะเป็นตัวบุคคลหรือสถาบัน หรือพรรค การเมืองในสาธารณรัฐประชาธิปไตยของนายทุน จะสามารถสั่นคลอนมันได้เลย
เราต้องสังเกตด้วยว่า เองเกิลส์ ได้กล่าวอย่างตรงประเด็นที่สุดที่ท่านเรียก “สิทธิลงคะแนนเสียงทั่วไป” ว่าเป็นเครื่องมือการปกครองของเหล่านายทุน ท่านกล่าวว่าสิทธิลงคะแนนเสียงทั่วไปก็คือ “เครื่องวัด วุฒิภาพของชนชั้นคนงาน มันไม่สามารถและไม่มีทางเป็นอย่างอื่นมากกว่านี้ไปได้เป็นอันขาดในรัฐปัจจุบัน”
พวกประชาธิปัตย์นายทุนน้อย เช่นพวกสมาชิกพรรคปฏิวัติสังคม พวกเมนเชวิค รวมทั้งพวกคลั่งชาติสังคม และพวกฉวยโอกาสในยุโรปตะวันตก ต่างพากันหวังจากสิทธิลงคะแนนเสียงทั่วไป พวกเขาเห็นร่วมกันและยัดเยียดความคิดผิดๆ ให้กับประชาชนว่า สิทธิลงคะแนนเสียงทั่วไป “ในรัฐปัจจุบัน” สามารถแสดงเจตนารมย์ของผู้ใช้แรงงานส่วนข้างมาก สามารถทำให้เจตนารมย์ดังกล่าวบรรลุผลสำเร็จ
ในที่นี้เราไม่เพียงแต่แนะให้เห็นความคิดผิดๆนี้เท่านั้น เรายังต้องการชี้ให้เห็นว่าคำกล่าวอันเป็นรูปธรรมอันแน่นอนและสมบูรณ์ที่สุดของเองเกิลส์ ได้ถูกบิดเบือนทุกขั้นตอนในการโฆษณาเผยแพร่ปลุกปั้นของบรรดาพรรคสังคมนิยม “แบบทางการ” (คือฉวยโอกาส) ส่วนการตีแผ่อย่างละเอียดถึงความผิดพลาดของความคิดนี้ (ซึ่งเองเกิลส์กล่าวผ่านๆเอาไว้) จะถูกหยิบยกขึ้นมาพิจารณาอีกครั้งหนึ่งในการกล่าวถึงทัศนะของมาร์คซ์และเองเกิลส์เกี่ยวกับรัฐ “ในปัจจุบัน”
เองเกิลส์ได้ให้ข้อสรุปกว้างๆ เกี่ยวกับทัศนะของท่าน ไว้ในบทนิพนธ์ที่ แพร่หลายที่สุด ดังนี้ :
“เคยมีสังคมที่ดำรงอยู่ได้โดยไม่มีรัฐ ไม่มีแม้แต่แนวคิดเกี่ยวกับรัฐและ อำนาจรัฐ ทว่าในขั้นหนึ่งขั้นใดแห่งพัฒนาการ (อันเกี่ยวเนื่องอยู่กับการแตกแยกของ สังคมออกเป็นชนชั้น) รัฐกลายเป็นสิ่งจำเป็นเพราะการแตกแยกดังกล่าวนี้ ขณะนี้เรากำลังเข้าใกล้ขั้นหนึ่งอย่างรวดเร็วในกระบวนพัฒนาการแห่งการผลิต ซึ่งการทรงอยู่ของชนชั้นเหล่านี้นอกจากจะสิ้นความจำเป็นแล้ว ยังกลายเป็นอุสรรคขัดขวางการผลิต ด้วยชนชั้นเหล่านี้จะต้องแตกดับอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่นกับที่มันเคยอุบัติขึ้นในต้นๆ พร้อมๆกับการแตกดับของชนชั้นรัฐก็จะแตกดับอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สังคมซึ่งจะจัดตั้งการผลิตบนพื้นฐานแห่งการร่วมมมือกันอย่างเสรีเทียมกัน ย่อมจะต้องจับจักรกลรัฐทั้งมวลยัดใส่ที่ที่มันควรต้องอยู่ : คือพิพิธภัณฑ์ของโบราณเคียงข้างกับล็อกกรอด้ายและขวานบรอนซ์”
เรามักไม่ใคร่พบข้อความข้างต้นในหนังสือโฆษณาเผยแพร่ปลุกปั้นของฝ่ายลัทธิสังคมประชาธิปไตยในทุกวันนี้เลย แต่ถึงแม้เราจะพบ มันก็เป็นการยกมาอ้างเกือบลักษณะเดียวกับการหมอบกราบรูปเคารพ กล่าวคือเป็นการกระทำเพื่อแสดงความเคารพเป็นทางการแก่เองเกลิส์ มิได้มีความพยายามอันใดที่จะทำความเข้าใจความลุ่มลึกของการปฏิวัติและในเกือบทุกกรณี เราจะไม่พบแม้แต่ความเข้าใจสิ่งที่เองเกลิส์เรียกว่าจักรกลรัฐเอาด้วย
ในตอนต่อไปจะสำคัญมากๆเลยนะครับ สำหรับผุ้ที่สนใจ เพราะเราจะเสนอเรื่องของ "การสลายตัวของรัฐ และการปฏิวัติ อย่างรุนแรง" ซึ่งเป็นสิ่งที่เลนิน เคยกล่าวเอาไว้ ตั้งแต่ปี1917 แต่เหตุการที่ คล้ายๆกัน ก็เกิดขึ้นในช่วง ที่สหภาพโซเวียต ล่มสลาย มองได้ว่า เลนิน มองการไกลขนาดไหน ที่เหมือนจะรู้ว่า สตาลิน ได้เดินหมากผิดเสียแล้ว อย่าลืมติดตามชมครับ
ปล.ไดอารี่อัพแล้วนะครับ อ่านได้ในหมวดMyDiaries ครับ
edit @ 28 Nov 2007 01:09:02 by Comrade K
edit @ 28 Nov 2007 01:27:18 by Comrade K
