AK-47 "Automat Kalashnikov" & Variants

สำหรับปืนไรเฟิลจู่โจมอัติโนมัติAK47 น่าจะเป็นอาวุธปืนรุ่นนึงที่เพื่อนๆหลายๆคนน่าจะรู้จักกันดีทีเดียวครับ เพราะเป็นปืนที่แทบปรากฏให้เห็นทุกที่และทุกๆมุมโลก โดยเฉพาะ ในกลุ่มของผู้ก่อการร้าย ไม่ว่าจะทั้งในเกม ในหนัง หรือในความเป็นจริง คนที่เล่นConter Strikeมาน่าจะรู้คุ้นเคยกันดีในชื่อ 4-1 ของฝ่ายโจร แต่ในความเป็นจริงแล้ว ม่ใช่ว่ากลุ่มทหารตำรวจจะไม่ใช้นะครับ ประเทศแถบเอเชียตะวันออกกลาง เวียดนาม หรือแม้กระทั่งพี่ไทยเองก็มีใช้นะครับ ในหลายๆหน่วยงานซะด้วย ในส่วนของอนิเมก็แน่นอนครับ อาก้าก็เป็นปืนอีกกระบอกที่ขาดไม่ได้เลยครับในอนิเมหรืการ์ตูนทีเป็นเนื้อเรื่งสงคราม ยกตัวอย่างเช่น ฝ่ายก่อการร้ายใน Full Metal Panic!! หรือแม้กระทั่งในGundam SEED ปืนที่อัสรันใช้ตอนบุกเฮลิโอโปลิสนั่นก็ปืนAKSU-74รุ่นสีดำล้วนครับ อย่าว่าแต่อนิเมครับH Game มันยังโผล่ไปเลยครับ!! ก็นางเอกของเกมHeaven Stradaนั่นไงครับ ควงอาก้าลุยกะเวทย์มนตร์...เป็นปืนที่อยู่ได้ทุกที่จริงๆครับ (แม้แต่Hเกมยังมีคิดดูเหอะ)

นี่ละครับ เกม Heaven Strada นางเอกควงอาก้าลุยกะเวทย์มนตร์ ไม่รู้ผู้ผลิตคิดยังไงของเขาหนอคงอยากทำให้มันดูเถื่อนขึ้นอีกหน่อยละมั้ง หุหุหหุ
"Avtomat Kalashnikov47"(อ่านว่า ออโต้แมท คาลาชนิคอฟ47) เป็นหนึ่งในอาวุธปืนชั้นแนวหน้าของโลกและเป็นอาวุธปืนที่ประเภทปืนเล็กยาวที่ดีที่สุดในโลกที่ถือกำเนิดขึ้นมาในปี1947 และเป็นปืนที่ได้รับการลอกแบบมากที่สุดกระบอกหนึ่งของโลกเลยก็ว่าได้ โดยมีใช้งานอยู่ในประเทศโลกที่3อย่างมากมาย และมีชื่อเรียกแตกต่างกันมากมาย ตามแต่ละท้องที่ เช่นCZ58(Czechoslovakia), Zastava M70-80B1(Yugoslavia), Sako M90(Finland), Galil(Israel), Type56(China), AMD(Hungary), Type68(เกาหลีเหนือ), PGM60(Poland), MPiK (East Germany), FPM-AKM-R (Romania) ฯลฯ และยังมีอีกหลายชื่อมากมายก่ายกอง ถ้าจะพูดกันจริงๆ3กระทู้ก็ไม่จบ
AK47 แม้จะมีการผลิตหลายๆที่ แต่ดั้งเดิมจริงๆแล้ว AK47นั้นมีต้นกำเนิดที่รัสเซีย สมัยที่หภาพโซเวียตหรือUSSRกำลังเรืองอำนาจ หลังสงครามโลกครั้งที่2 ฝ่ายสัมพันธมิตร มีชัยเหนือฝ่ายอักษะนาซีเยอรมันในปี1944 เป็นเหตุให้ มีการแบ่งเยอรมันออกเป็น2ส่วน คือเยอรมันตะวันตก และ เยอรมันตะวันออก โดยฝ่ายโซเวียตนั้น (นำโดย โจเซฟ สตาลิน) ยึดเอาส่วนของเยอรมันตะวันออกไป และแน่นอน เมื่อที่ดินไปแล้ว สมบัติก็ตามมา 1ในสมบัติที่ว่าคือแบบแปลนของ ไรเฟิลจูโจมอัติโนมัติกระบอกแรกของโลก MP44 ของนาซีเยอรมันนั่นเอง แต่ต้นกำเนิดของAK-47มันอยู่ตรงนี้ครับ ร้อยเอก Mikhail Timofeevich Kalashnikov (อ่านว่า มิคไฮล์ ทีโมฟเยวิช คาลาชนิคอฟ) ทหารผ่านศึกสงครามโลกรั้งที่2เริ่มจินตนาการภาพเป็นรูปเป็นร่างเจ้าอาก้าของเขาขึ้นมาขณะอยู่ในโรงพยาบาล แล้วก็คิดถึงขนาดกระสุนขนาดที่เอลิซารอฟ และ เซมิน พัฒนาขึ้นมาในปี1943 นั่นก็คือขนาด7.62X39มม. ซึ่งกระสุนขนาดนี้เป็นกระที่กองทัพรัสเซียต้องการนำเข้าประจำการในอณาคต Sudayev 's PPS43เป็นปืนรุ่นแรกที่ทำให้Kalashnikovได้ริเริ่มออกแบบปืนของเค้าในปี1946 โดยใช้พื้นฐานจากปืนที่มีโครงสร้างสมบูรณ์ที่สุดอยูแล้ว นั่นก็คือMP44ของนาซีเยอรมันนั่นเอง โดยKalashnikovนั้นออกแบบให้มีต้อนทุนการผลิตที่ต่ำลง แต่ยังคงความทน ดูแลรักษาได้ง่าย และประสิทธิภาพไม่เปลี่ยนไปมากนัก และยังใช้ระบบแก๊สดีเลย์โบลว์แบ๊คที่ติดมากับMP44อยู่แล้ว นับได้ว่าเป้นปืนที่มีราคาต่ำ แต่ประสิทธิภาพสูงกระบอกหนึ่ง เมื่อออกแบบและทดสอบจนเสร็จสมบูรณ์ ทางกองทัพโซเวียตรัสซียจึง รับเข้าประจำการอย่างเป็นทางการในปี1947โดยให้ชื่อรหัสว่าAK-47 หรือ Avtomat Kalashnikov 1947นั่นเอง แต่ทว่าอย่างไรก็ดี กองทัพรัสเซียยังมีปัญหาในการทำเหล็กขึ้นรูปตามที่Kalashnikovออกแบบไว้ ทำให้ยังไม่สามารถผลิตออกมาได้จนกระทั่งปี1956 จึงผลิตออกมาป้อนกับทางกองทัพได้เสร็จสมบูรณ์ดี รุ่นเหล็กปั๊มที่เป็นตัวสมบูรณ์ที่สุดออกมาในปี1959

MP44 ต้นแบบของAK47

ร้อยเอก Mikhail Timofeevich Kalashnikov (ที่ตอนนี้เป็นพันเอกแล้ว) บิดาอาก้า

นี่คือตารางการพัฒนาการของปืนที่มีต้นแบบมาจากMP44ครับ ซ้ายบนคือMP44ครับ สังเกตได้ว่าอาก้าจะอยู่ไกล้ที่สุดเพราะได้รับการออกแบบต่อจากMP44เป็นกระบอกแรกครับ
หลังจากAk47ถูกผลิตออกมา ก็ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายแทบจะในทันที เนื่องจากในสมัยนั้น โซเวียตมีอณาเขตกว้างใหญ่ไพศาลมาก ทำให้หลายประเทศรับปืนกระบอกนี้เข้าไปเร็วพอสมควร ภายหลังมีการทำออกมามากมายหลายรุ่น และเป็นที่นิยมในกลุ่มผู้ก่อการร้ายมากเพราะหาได้ง่ายและราคาถูก นอกจากนี้ยังมีการนำไปประจำการตามที่ต่างๆมากมาย

ปืนไรเฟิลแบบKalashnikov รูปแบบต่างๆ

AK47S รุ่นพานท้ายพับ

พรีเซนเตอร์พี่โม่งทาเคโนะอุจิกับAK47S
หลังจากออกมาเผยโฉมจนชื่อโด่งดังไปทั่วแล้ว ในเวลาต่อมา ร้อยเอกKalashnikovได้ออกแบบปืนขึ้นมาเพิ่มต่อเนื่องจากAK47อีกกระบอกหนึ่งในปี1955นั่นก็คือ RPK:Ruchnoi Pulemyot Kalashnikova - Kalashnikov 's Light Machinegun โดยเขาเป็นผู้ออกแบบและดูแลการผลิตเอง โดยหวังให้ปืนรุ่นนี้สามารถใส่กระสุนได้หนักขึ้น โดยใช้กระสุนแรงสูงที่เคยใช้กับไรเฟิลMosin Nagantในสงครามโลกครั้งที่2 และได้ดัดแปลงให้RPKติดลำกล้องหนักเพื่อเป็นปืนกลหนักประจำหน่วยเต็มตัวและสามารถป้อนกระสุนแบบเป็นสายได้ แต่โดยรวมแล้ว มี2รุ่นคือ RPK74และ RPK47 มีดีไซน์ไม่แตกต่างกันมากนักเพียงแต่กระสุนคนละขนาดเท่านั้นเอง

RPK:Ruchnoi Pulemyot Kalashnikova - Kalashnikov 's Light Machinegun เจ้าคะนายท่าน
ต่อมาในปี1963 ขณะที่สงครามเย็นกำลังระอุ(มันเย็นตรงไหนวะ) ก็เป็นแรงผลักดันให้เกิดปืนของKalashnikovขึ้นมาอีกกระบอกหนึ่ง โดยเป็นผลงานการออกแบบและพัฒนาขึ้นในปี1958ของ Yevgeniy Feodorovich Dragunov, ช่างทำปืนแห่ง Izhevsk(อ่านว่า อิเซฟ) Machine Factory, ปืนกระบอกที่ว่าก็คือ ปืนสไนเปอร์ กึ่งอัติโนมัติกระบอกของแรกของโลก DRAGUNOV SVD(อ่านว่า ดรากูนอฟ) นั่นเอง โดยปืนกระบอกนี้เปลี่ยนมาใช้ระบบลูกเลื่อนแบบลูกตุ้มเหวี่ยงแบบระยะยาวแทนเพื่อใช้ในการรับกระสุนปืนที่มีขนาดใหญ่ขึ้นมากกว่าเดิม และเพื่อลดผลเสียที่มีต่อผู้ยิง ปืนกระบอกนี้เรียกว่าเกิดมาเพื่อฟัดกับM40Sniperของสหรัฐเลยก็ว่าได้ เพราะทั้งๆที่เป็นปืนไรเฟิลกึ่งอัติโนมัติแต่กลับมีความแม่นยำสูงถึง1MOA+ ในระยะ1000เมตร นับว่าเป็นศัตตรูที่โคตรรน่ากลัวของเหล่าทหารราบเลยก็ว่าได้ Dragunov SVD ใช้กระสุนขนาด 7.62x54R(ของนาโต้จะเป็น7.62x51มม.) ซึ่งเป็นกระสุนที่มีความยาวปลอกมากกว่ามาตรฐานถึง 15มม. (7.62x39มม กับ 7.62X54R) อุปกรณ์มาตรฐานที่มีมากับDragunov ก็คือกล้องเล็งPSO-1และกล้องเล็งกลางคืน NSPU-3 ปัจจุบันมีเปิดจำหน่ายให้พลเรือนด้วย

Dragunov SVDและอุปกรณ์

ทหารหน่วยพิเศษของรัสเซียSpetnazกับDragunov SVD
ในปี1975 Kalahnikov ออกปืนรุ่นสุดท้ายที่เขาออกแบบออกมานั่นก็คือAK74ซึ่งคว้านรังเพลิงขนาด5.45x39.5มม. อออกมา โดยกระสุนขนาดนี้ ให้ขีปนวิถีที่สูงมาก สูงถึง2952ฟุต/วินาทีเลยทีเดียว(900เมตร/วินาที) ซึ่งจะสร้างความเสียหายแก่ ศัตตรูมากพอสมควรทีเดียว และรุ่นนี้ยังเป็นรุ่นแรกที่ติดคอมเพนเซนเตอร์Muzzle Brake เพื่อลดแรงสะท้อนต่อผู้ยิงอีกด้วย และแน่นอน รุ่นปืนกลหนักก็มีแล้ว สไนเปอร์ ก็มีแล้ว ไรเฟิลจู่โจมก็เกลื่อนแล้ว รุ่นปืนกลมือ จึงตามออกมาเป็นรุ่นท้ายสุด โดยผลิตขึ้นในปี1975 และปรากฏให้เห็นครั้งแรกในอัฟกานิสถานในปี1982 รุ่นที่ว่าก็คือ AKSU-74นั่นเองและเป็นที่นิยมชมชอบป๊อปปูล่าร์ในกลุ่มผู้ก่อการร้ายมากมายเพราะเล็กกะทัดรัดสะดวกในการพกพาดี ใช้กระสุนขนาดเดียวกับ AK74

AK74

AKSU-74

พรีเซนเตอร์ชื่อดัง(ดังจนหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้ยังหาไม่เจอเลย)กับAKSU-74ในอัฟกานิสถาน"AKSU74 เป็นปืนที่ยอดมากๆเลยนายจ๊า นายจ๋า ทนได้ทุกสภาวะจริงเลย เฮ้!!นะนายบุช จับอีนี่ม่ายได้ร้อก"พรีฯคนดังของเรากล่าว
แม้โซเวียตจะล่มสลายไปแล้วแต่ไรเฟิลแบบKalashnikovทุกรุ่นยังคงได้รับการผลิตอย่างต่อเนื่อง และได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม ไม่ว่าจะในตลาดพลเรือน(ซึ่งจะขายเป็นรุ่นกึ่งอัติโนมัติ) หรือจะเป็นในตลาดมืด(แน่นอนว่าไม่ใช่กึ่งอัติโนมัติแน่ๆ) ด้วยราคาที่ถูก ประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยมทำให้ปืนรุ่นนี้ยังคงถูกลอกแบบผลิตและขายได้อยู่ตลอดเวลา นับเป็นปืนที่มีผู้ใช้มากที่สุดอีกกระบอกนึงของโลกทีเดียว ปัจจุบัน แม้พันเอกKalashnikovจะปลดเกษีณไปแล้ว แต่ลูกชายของเค้า Nikonovยังคงทำการออกแบบอาวุธต่อจากพ่อของเขา โดยเขาเป็นผู้ออกแบบBeta Spetnazและ AN-94ซึ่งปัจจุบันAN-94เป็นปืนที่ได้รับการบรรจุเข้าประจำการในกองทัพรัสเซียและไม่ได้ใช้กระสุน5.45แล้ว หากแต่ใช้กระสุนของนาโต้อย่าง5.56มม.แทนเพื่อจะได้ส่งกำลังสนับสนุนทางเสบียงอาวุธง่ายขึ้น
สรุปปืนทั้งหมดของKalashnikov
-
• AK-47 1948-51, 7.62x39mm. รุ่นแรกโครงปืนทำจากเหล็กขึ้นรูป หาดูได้ยากแล้ว
• AK-47 1952, 7.62x39mm: with a milled receiver and wooden buttstock and hand-guard. Barrel and chamber are chrome-plated to resist corrosion. Rifle weight 4.2Kg.
• AKM 7.62x39mm: a revised, lower-cost version of the AK-47; receiver is precision-stamped sheet-metal. Rifle weight 3.61Kg.
• AKS-74 5.45x39mm (AK-74); note the new, much smaller ammunition.
• AK-74M 5.45x39mm folding stock (for motorised infantry)
• AKSU 5.45x39mm, tanker 's self-defense weapon, folding stock, short barrel, altered sight and gas mechanism.
Later designations: รุ่นหลังที่ดัดแปลงพิเศษเพื่อรองรับกระสุนขนาดอื่นๆ(เช่นของนาโต้เป็นต้น)
• AK-101 5.56x45 mm round (NATO round)
• AK-102 short stock 101
• AK-103 7.62x39mm round
• AK-104 short stock 103
• AK-105 5.45x39mm round (short stock)

Beta Spetnaz

AK101

ปืนAN-94ปืนที่กองทัพรัสเซียใช้อยู่ในปัจจุบัน เป็นปืนที่ออกแบบโดยNikonovลูกชายของKalashnikov(ANย่อมาจาก Avtomat Nikonov)
Specification:
AK-47-
ขนาดกระสุน-7.62X39มม Soviet M1943
ความยาวปืน:
มีพานท้าย-869มม. (34.21นิ้ว)
พับพานท้าย-699มม. (27.52นิ้ว)
น้ำหนัก-4.30กิโลกรัม
ความยาวลำกล้อง-16.3นิ้ว
เกลียวลำกล้อง-4เกลียว เวียนขวา
ความจุแม๊กกาซีน-30นัด
อัตตราการยิง-600นัด/นาที
AK-74
ขนาดกระสุน-5.45x39.5มม.
ความยาวปืน:
มีพานท้าย-36.53นิ้ว
พับพานท้าย-27.2นิ้ว
น้ำหนัก-ไม่บรรจุกระสุน 3.86กิโลกรัม
ความยาวลำกล้อง-15.75นิ้ว
เกลียวลำกล้อง-4เกลียว เวียนขวา
ความจุแม๊กกาซีน-30นัด
อัตตราการยิง-650นัด/นาที
Dragunov SVD
ขนาดกระสุน-7.62x54R
ความยาวปืน-1225มม.(48.22นิ้ว)
น้ำหนัก-4.31กิโลกรัม
ความยาวลำกล้อง-24.0นิ้ว
เกลียวลำกล้อง-4เกลียว เวียนขวา
ความจุแม๊กกาซีน-10นัด
RPK:Ruchnoi Pulemyot Kalashnikova
ขนาดกระสุน-7.62x39มม. Soviet M1943
ความยาวปืน:1035มม. (40.75นิ้ว)
น้ำหนัก-4.76กิโลกรัม(ไม่บรรจุกระสุน)
ความยาวลำกล้อง-23.23นิ้ว
เกลียวลำกล้อง-4เกลียว เวียนขวา
ความจุแม๊กกาซีน-แม๊กกาซีนธรรมดา30-40นัด(ใช้ร่วมกับAK47ได้)หรือแบบจาน75นัด หรือสายกระสุน 400นัด
อัตตราการยิง-660นัด/นาที
AKSU-74
ขนาดกระสุน-5.45x39มม.
ความยาวปืน:
ยืดพานท้าย-28.75นิ้ว
พับพานท้าย-19.3นิ้ว
น้ำหนัก-ไม่บรรจุกระสุน2.70Kg.
ความยาวลำกล้อง-8.13นิ้ว
เกลียวลำกล้อง-4เกลียวเวียนขวา
ความจุแม๊กกาซีน-30นัด
อัตตราการยิง-700นัด/นาที
รูปแถมเล็กน้อยๆครับ
นางเอกจากเกมHeaven Stradaผู้ควงอาก้าครับ

และแน่นอนครับ พูดถึงDragunovลืมเธอคนนี้ก็แย่ดิครับ ก๊าก กั่กๆๆๆ
edit @ 2007/09/27 00:56:14

สำหรับปืนไรเฟิลจู่โจมอัติโนมัติAK47 น่าจะเป็นอาวุธปืนรุ่นนึงที่เพื่อนๆหลายๆคนน่าจะรู้จักกันดีทีเดียวครับ เพราะเป็นปืนที่แทบปรากฏให้เห็นทุกที่และทุกๆมุมโลก โดยเฉพาะ ในกลุ่มของผู้ก่อการร้าย ไม่ว่าจะทั้งในเกม ในหนัง หรือในความเป็นจริง คนที่เล่นConter Strikeมาน่าจะรู้คุ้นเคยกันดีในชื่อ 4-1 ของฝ่ายโจร แต่ในความเป็นจริงแล้ว ม่ใช่ว่ากลุ่มทหารตำรวจจะไม่ใช้นะครับ ประเทศแถบเอเชียตะวันออกกลาง เวียดนาม หรือแม้กระทั่งพี่ไทยเองก็มีใช้นะครับ ในหลายๆหน่วยงานซะด้วย ในส่วนของอนิเมก็แน่นอนครับ อาก้าก็เป็นปืนอีกกระบอกที่ขาดไม่ได้เลยครับในอนิเมหรืการ์ตูนทีเป็นเนื้อเรื่งสงคราม ยกตัวอย่างเช่น ฝ่ายก่อการร้ายใน Full Metal Panic!! หรือแม้กระทั่งในGundam SEED ปืนที่อัสรันใช้ตอนบุกเฮลิโอโปลิสนั่นก็ปืนAKSU-74รุ่นสีดำล้วนครับ อย่าว่าแต่อนิเมครับH Game มันยังโผล่ไปเลยครับ!! ก็นางเอกของเกมHeaven Stradaนั่นไงครับ ควงอาก้าลุยกะเวทย์มนตร์...เป็นปืนที่อยู่ได้ทุกที่จริงๆครับ (แม้แต่Hเกมยังมีคิดดูเหอะ)

นี่ละครับ เกม Heaven Strada นางเอกควงอาก้าลุยกะเวทย์มนตร์ ไม่รู้ผู้ผลิตคิดยังไงของเขาหนอคงอยากทำให้มันดูเถื่อนขึ้นอีกหน่อยละมั้ง หุหุหหุ
"Avtomat Kalashnikov47"(อ่านว่า ออโต้แมท คาลาชนิคอฟ47) เป็นหนึ่งในอาวุธปืนชั้นแนวหน้าของโลกและเป็นอาวุธปืนที่ประเภทปืนเล็กยาวที่ดีที่สุดในโลกที่ถือกำเนิดขึ้นมาในปี1947 และเป็นปืนที่ได้รับการลอกแบบมากที่สุดกระบอกหนึ่งของโลกเลยก็ว่าได้ โดยมีใช้งานอยู่ในประเทศโลกที่3อย่างมากมาย และมีชื่อเรียกแตกต่างกันมากมาย ตามแต่ละท้องที่ เช่นCZ58(Czechoslovakia), Zastava M70-80B1(Yugoslavia), Sako M90(Finland), Galil(Israel), Type56(China), AMD(Hungary), Type68(เกาหลีเหนือ), PGM60(Poland), MPiK (East Germany), FPM-AKM-R (Romania) ฯลฯ และยังมีอีกหลายชื่อมากมายก่ายกอง ถ้าจะพูดกันจริงๆ3กระทู้ก็ไม่จบ
AK47 แม้จะมีการผลิตหลายๆที่ แต่ดั้งเดิมจริงๆแล้ว AK47นั้นมีต้นกำเนิดที่รัสเซีย สมัยที่หภาพโซเวียตหรือUSSRกำลังเรืองอำนาจ หลังสงครามโลกครั้งที่2 ฝ่ายสัมพันธมิตร มีชัยเหนือฝ่ายอักษะนาซีเยอรมันในปี1944 เป็นเหตุให้ มีการแบ่งเยอรมันออกเป็น2ส่วน คือเยอรมันตะวันตก และ เยอรมันตะวันออก โดยฝ่ายโซเวียตนั้น (นำโดย โจเซฟ สตาลิน) ยึดเอาส่วนของเยอรมันตะวันออกไป และแน่นอน เมื่อที่ดินไปแล้ว สมบัติก็ตามมา 1ในสมบัติที่ว่าคือแบบแปลนของ ไรเฟิลจูโจมอัติโนมัติกระบอกแรกของโลก MP44 ของนาซีเยอรมันนั่นเอง แต่ต้นกำเนิดของAK-47มันอยู่ตรงนี้ครับ ร้อยเอก Mikhail Timofeevich Kalashnikov (อ่านว่า มิคไฮล์ ทีโมฟเยวิช คาลาชนิคอฟ) ทหารผ่านศึกสงครามโลกรั้งที่2เริ่มจินตนาการภาพเป็นรูปเป็นร่างเจ้าอาก้าของเขาขึ้นมาขณะอยู่ในโรงพยาบาล แล้วก็คิดถึงขนาดกระสุนขนาดที่เอลิซารอฟ และ เซมิน พัฒนาขึ้นมาในปี1943 นั่นก็คือขนาด7.62X39มม. ซึ่งกระสุนขนาดนี้เป็นกระที่กองทัพรัสเซียต้องการนำเข้าประจำการในอณาคต Sudayev 's PPS43เป็นปืนรุ่นแรกที่ทำให้Kalashnikovได้ริเริ่มออกแบบปืนของเค้าในปี1946 โดยใช้พื้นฐานจากปืนที่มีโครงสร้างสมบูรณ์ที่สุดอยูแล้ว นั่นก็คือMP44ของนาซีเยอรมันนั่นเอง โดยKalashnikovนั้นออกแบบให้มีต้อนทุนการผลิตที่ต่ำลง แต่ยังคงความทน ดูแลรักษาได้ง่าย และประสิทธิภาพไม่เปลี่ยนไปมากนัก และยังใช้ระบบแก๊สดีเลย์โบลว์แบ๊คที่ติดมากับMP44อยู่แล้ว นับได้ว่าเป้นปืนที่มีราคาต่ำ แต่ประสิทธิภาพสูงกระบอกหนึ่ง เมื่อออกแบบและทดสอบจนเสร็จสมบูรณ์ ทางกองทัพโซเวียตรัสซียจึง รับเข้าประจำการอย่างเป็นทางการในปี1947โดยให้ชื่อรหัสว่าAK-47 หรือ Avtomat Kalashnikov 1947นั่นเอง แต่ทว่าอย่างไรก็ดี กองทัพรัสเซียยังมีปัญหาในการทำเหล็กขึ้นรูปตามที่Kalashnikovออกแบบไว้ ทำให้ยังไม่สามารถผลิตออกมาได้จนกระทั่งปี1956 จึงผลิตออกมาป้อนกับทางกองทัพได้เสร็จสมบูรณ์ดี รุ่นเหล็กปั๊มที่เป็นตัวสมบูรณ์ที่สุดออกมาในปี1959

MP44 ต้นแบบของAK47

ร้อยเอก Mikhail Timofeevich Kalashnikov (ที่ตอนนี้เป็นพันเอกแล้ว) บิดาอาก้า

นี่คือตารางการพัฒนาการของปืนที่มีต้นแบบมาจากMP44ครับ ซ้ายบนคือMP44ครับ สังเกตได้ว่าอาก้าจะอยู่ไกล้ที่สุดเพราะได้รับการออกแบบต่อจากMP44เป็นกระบอกแรกครับ
หลังจากAk47ถูกผลิตออกมา ก็ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายแทบจะในทันที เนื่องจากในสมัยนั้น โซเวียตมีอณาเขตกว้างใหญ่ไพศาลมาก ทำให้หลายประเทศรับปืนกระบอกนี้เข้าไปเร็วพอสมควร ภายหลังมีการทำออกมามากมายหลายรุ่น และเป็นที่นิยมในกลุ่มผู้ก่อการร้ายมากเพราะหาได้ง่ายและราคาถูก นอกจากนี้ยังมีการนำไปประจำการตามที่ต่างๆมากมาย

ปืนไรเฟิลแบบKalashnikov รูปแบบต่างๆ

AK47S รุ่นพานท้ายพับ

พรีเซนเตอร์พี่โม่งทาเคโนะอุจิกับAK47S
หลังจากออกมาเผยโฉมจนชื่อโด่งดังไปทั่วแล้ว ในเวลาต่อมา ร้อยเอกKalashnikovได้ออกแบบปืนขึ้นมาเพิ่มต่อเนื่องจากAK47อีกกระบอกหนึ่งในปี1955นั่นก็คือ RPK:Ruchnoi Pulemyot Kalashnikova - Kalashnikov 's Light Machinegun โดยเขาเป็นผู้ออกแบบและดูแลการผลิตเอง โดยหวังให้ปืนรุ่นนี้สามารถใส่กระสุนได้หนักขึ้น โดยใช้กระสุนแรงสูงที่เคยใช้กับไรเฟิลMosin Nagantในสงครามโลกครั้งที่2 และได้ดัดแปลงให้RPKติดลำกล้องหนักเพื่อเป็นปืนกลหนักประจำหน่วยเต็มตัวและสามารถป้อนกระสุนแบบเป็นสายได้ แต่โดยรวมแล้ว มี2รุ่นคือ RPK74และ RPK47 มีดีไซน์ไม่แตกต่างกันมากนักเพียงแต่กระสุนคนละขนาดเท่านั้นเอง

RPK:Ruchnoi Pulemyot Kalashnikova - Kalashnikov 's Light Machinegun เจ้าคะนายท่าน
ต่อมาในปี1963 ขณะที่สงครามเย็นกำลังระอุ(มันเย็นตรงไหนวะ) ก็เป็นแรงผลักดันให้เกิดปืนของKalashnikovขึ้นมาอีกกระบอกหนึ่ง โดยเป็นผลงานการออกแบบและพัฒนาขึ้นในปี1958ของ Yevgeniy Feodorovich Dragunov, ช่างทำปืนแห่ง Izhevsk(อ่านว่า อิเซฟ) Machine Factory, ปืนกระบอกที่ว่าก็คือ ปืนสไนเปอร์ กึ่งอัติโนมัติกระบอกของแรกของโลก DRAGUNOV SVD(อ่านว่า ดรากูนอฟ) นั่นเอง โดยปืนกระบอกนี้เปลี่ยนมาใช้ระบบลูกเลื่อนแบบลูกตุ้มเหวี่ยงแบบระยะยาวแทนเพื่อใช้ในการรับกระสุนปืนที่มีขนาดใหญ่ขึ้นมากกว่าเดิม และเพื่อลดผลเสียที่มีต่อผู้ยิง ปืนกระบอกนี้เรียกว่าเกิดมาเพื่อฟัดกับM40Sniperของสหรัฐเลยก็ว่าได้ เพราะทั้งๆที่เป็นปืนไรเฟิลกึ่งอัติโนมัติแต่กลับมีความแม่นยำสูงถึง1MOA+ ในระยะ1000เมตร นับว่าเป็นศัตตรูที่โคตรรน่ากลัวของเหล่าทหารราบเลยก็ว่าได้ Dragunov SVD ใช้กระสุนขนาด 7.62x54R(ของนาโต้จะเป็น7.62x51มม.) ซึ่งเป็นกระสุนที่มีความยาวปลอกมากกว่ามาตรฐานถึง 15มม. (7.62x39มม กับ 7.62X54R) อุปกรณ์มาตรฐานที่มีมากับDragunov ก็คือกล้องเล็งPSO-1และกล้องเล็งกลางคืน NSPU-3 ปัจจุบันมีเปิดจำหน่ายให้พลเรือนด้วย

Dragunov SVDและอุปกรณ์

ทหารหน่วยพิเศษของรัสเซียSpetnazกับDragunov SVD
ในปี1975 Kalahnikov ออกปืนรุ่นสุดท้ายที่เขาออกแบบออกมานั่นก็คือAK74ซึ่งคว้านรังเพลิงขนาด5.45x39.5มม. อออกมา โดยกระสุนขนาดนี้ ให้ขีปนวิถีที่สูงมาก สูงถึง2952ฟุต/วินาทีเลยทีเดียว(900เมตร/วินาที) ซึ่งจะสร้างความเสียหายแก่ ศัตตรูมากพอสมควรทีเดียว และรุ่นนี้ยังเป็นรุ่นแรกที่ติดคอมเพนเซนเตอร์Muzzle Brake เพื่อลดแรงสะท้อนต่อผู้ยิงอีกด้วย และแน่นอน รุ่นปืนกลหนักก็มีแล้ว สไนเปอร์ ก็มีแล้ว ไรเฟิลจู่โจมก็เกลื่อนแล้ว รุ่นปืนกลมือ จึงตามออกมาเป็นรุ่นท้ายสุด โดยผลิตขึ้นในปี1975 และปรากฏให้เห็นครั้งแรกในอัฟกานิสถานในปี1982 รุ่นที่ว่าก็คือ AKSU-74นั่นเองและเป็นที่นิยมชมชอบป๊อปปูล่าร์ในกลุ่มผู้ก่อการร้ายมากมายเพราะเล็กกะทัดรัดสะดวกในการพกพาดี ใช้กระสุนขนาดเดียวกับ AK74

AK74

AKSU-74

พรีเซนเตอร์ชื่อดัง(ดังจนหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้ยังหาไม่เจอเลย)กับAKSU-74ในอัฟกานิสถาน"AKSU74 เป็นปืนที่ยอดมากๆเลยนายจ๊า นายจ๋า ทนได้ทุกสภาวะจริงเลย เฮ้!!นะนายบุช จับอีนี่ม่ายได้ร้อก"พรีฯคนดังของเรากล่าว
แม้โซเวียตจะล่มสลายไปแล้วแต่ไรเฟิลแบบKalashnikovทุกรุ่นยังคงได้รับการผลิตอย่างต่อเนื่อง และได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม ไม่ว่าจะในตลาดพลเรือน(ซึ่งจะขายเป็นรุ่นกึ่งอัติโนมัติ) หรือจะเป็นในตลาดมืด(แน่นอนว่าไม่ใช่กึ่งอัติโนมัติแน่ๆ) ด้วยราคาที่ถูก ประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยมทำให้ปืนรุ่นนี้ยังคงถูกลอกแบบผลิตและขายได้อยู่ตลอดเวลา นับเป็นปืนที่มีผู้ใช้มากที่สุดอีกกระบอกนึงของโลกทีเดียว ปัจจุบัน แม้พันเอกKalashnikovจะปลดเกษีณไปแล้ว แต่ลูกชายของเค้า Nikonovยังคงทำการออกแบบอาวุธต่อจากพ่อของเขา โดยเขาเป็นผู้ออกแบบBeta Spetnazและ AN-94ซึ่งปัจจุบันAN-94เป็นปืนที่ได้รับการบรรจุเข้าประจำการในกองทัพรัสเซียและไม่ได้ใช้กระสุน5.45แล้ว หากแต่ใช้กระสุนของนาโต้อย่าง5.56มม.แทนเพื่อจะได้ส่งกำลังสนับสนุนทางเสบียงอาวุธง่ายขึ้น
สรุปปืนทั้งหมดของKalashnikov
-
• AK-47 1948-51, 7.62x39mm. รุ่นแรกโครงปืนทำจากเหล็กขึ้นรูป หาดูได้ยากแล้ว
• AK-47 1952, 7.62x39mm: with a milled receiver and wooden buttstock and hand-guard. Barrel and chamber are chrome-plated to resist corrosion. Rifle weight 4.2Kg.
• AKM 7.62x39mm: a revised, lower-cost version of the AK-47; receiver is precision-stamped sheet-metal. Rifle weight 3.61Kg.
• AKS-74 5.45x39mm (AK-74); note the new, much smaller ammunition.
• AK-74M 5.45x39mm folding stock (for motorised infantry)
• AKSU 5.45x39mm, tanker 's self-defense weapon, folding stock, short barrel, altered sight and gas mechanism.
Later designations: รุ่นหลังที่ดัดแปลงพิเศษเพื่อรองรับกระสุนขนาดอื่นๆ(เช่นของนาโต้เป็นต้น)
• AK-101 5.56x45 mm round (NATO round)
• AK-102 short stock 101
• AK-103 7.62x39mm round
• AK-104 short stock 103
• AK-105 5.45x39mm round (short stock)

Beta Spetnaz
AK101

ปืนAN-94ปืนที่กองทัพรัสเซียใช้อยู่ในปัจจุบัน เป็นปืนที่ออกแบบโดยNikonovลูกชายของKalashnikov(ANย่อมาจาก Avtomat Nikonov)
Specification:
AK-47-
ขนาดกระสุน-7.62X39มม Soviet M1943
ความยาวปืน:
มีพานท้าย-869มม. (34.21นิ้ว)
พับพานท้าย-699มม. (27.52นิ้ว)
น้ำหนัก-4.30กิโลกรัม
ความยาวลำกล้อง-16.3นิ้ว
เกลียวลำกล้อง-4เกลียว เวียนขวา
ความจุแม๊กกาซีน-30นัด
อัตตราการยิง-600นัด/นาที
AK-74
ขนาดกระสุน-5.45x39.5มม.
ความยาวปืน:
มีพานท้าย-36.53นิ้ว
พับพานท้าย-27.2นิ้ว
น้ำหนัก-ไม่บรรจุกระสุน 3.86กิโลกรัม
ความยาวลำกล้อง-15.75นิ้ว
เกลียวลำกล้อง-4เกลียว เวียนขวา
ความจุแม๊กกาซีน-30นัด
อัตตราการยิง-650นัด/นาที
Dragunov SVD
ขนาดกระสุน-7.62x54R
ความยาวปืน-1225มม.(48.22นิ้ว)
น้ำหนัก-4.31กิโลกรัม
ความยาวลำกล้อง-24.0นิ้ว
เกลียวลำกล้อง-4เกลียว เวียนขวา
ความจุแม๊กกาซีน-10นัด
RPK:Ruchnoi Pulemyot Kalashnikova
ขนาดกระสุน-7.62x39มม. Soviet M1943
ความยาวปืน:1035มม. (40.75นิ้ว)
น้ำหนัก-4.76กิโลกรัม(ไม่บรรจุกระสุน)
ความยาวลำกล้อง-23.23นิ้ว
เกลียวลำกล้อง-4เกลียว เวียนขวา
ความจุแม๊กกาซีน-แม๊กกาซีนธรรมดา30-40นัด(ใช้ร่วมกับAK47ได้)หรือแบบจาน75นัด หรือสายกระสุน 400นัด
อัตตราการยิง-660นัด/นาที
AKSU-74
ขนาดกระสุน-5.45x39มม.
ความยาวปืน:
ยืดพานท้าย-28.75นิ้ว
พับพานท้าย-19.3นิ้ว
น้ำหนัก-ไม่บรรจุกระสุน2.70Kg.
ความยาวลำกล้อง-8.13นิ้ว
เกลียวลำกล้อง-4เกลียวเวียนขวา
ความจุแม๊กกาซีน-30นัด
อัตตราการยิง-700นัด/นาที
รูปแถมเล็กน้อยๆครับ
นางเอกจากเกมHeaven Stradaผู้ควงอาก้าครับ

และแน่นอนครับ พูดถึงDragunovลืมเธอคนนี้ก็แย่ดิครับ ก๊าก กั่กๆๆๆ
edit @ 2007/09/27 00:56:14